พนันกีฬาออนไลน์ ตามความฝัน! ราชบุรีแจงเหตุปล่อย เอกลักษณ์ ซบบุรีรัมย์

พนันกีฬาออนไลน์

ราชันมังกรแจงสาเหตุ ปล่อยแบ็คซ้ายที่อยู่กับทีมถึง 5 ปี ซบปราสาทสายฟ้า “เสี่ยฟลุค” ชี้เป็นโอกาสของเจ้าตัวที่จะได้เล่น ACL สักครั้งตามความฝัน

ธนวัชร์ นิติกาญจนา พนันกีฬาออนไลน์ ผู้บริหารราชบุรี มิตรผล เอฟซี ทีมชั้นนำแห่งโตโยต้า ไทยลีก แจงสาเหตุหลังตัดสินใจปล่อย เอกลักษณ์ ทองกริต แบ็คซ้ายคนสำคัญ ย้ายไปอยู่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

แนวรับวัย 33 ปี อยู่กับ ราชันมังกร ตั้งแต่ฤดูกาล 2012 ก่อนที่ล่าสุดจะย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ของปราสาทสายฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งการย้ายทีม ในครั้งนี้ ทางด้าน ธนวัชร นิติกาญจนา ผู้บริหารของทีม ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “สำหรับการย้ายทีมในครั้งนี้ เป็นการย้ายทีม ที่นับได้ว่าสุดเซอร์ไพร์ซทั้งสำหรับสโมสร และสำหรับนักเตะเอง แต่ก็ด้วยทางสโมสรมองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางหน้าที่การงานของนักเตะ จึงยอมที่จะปล่อยให้เอกลักษณ์ได้เดินทางตามความฝัน

“ก่อนหน้านี้ ผมเคยพูดกับเอกลักษณ์ ว่าอยากให้เขาได้มีโอกาสเล่นฟุตบอลเอเอฟซีฯ สักครั้งตามความฝันของเขา และครั้งนี้ก็ถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่เขาเองจะได้มีโอกาสในช่วงเวลาแบบนี้ และเขาก็ตอบผมว่า ใช่เขาอยากเล่นฟุตบอล เอเอฟซี แต่เขาอยากพาราชบุรีฯไปเล่นในรายการนั้น และแม้ว่าเราจะอยากให้เขาอยู่เล่นให้กับเราต่อไป และผมเองก็รู้สึกใจหายกับการโยกย้าย แต่เมื่อโอกาสมาถึงเขาแล้ว ผมจึงตัดสินใจสำหรับดีลในการย้ายทีมครั้งนี้”

นอกจากนี้ เสี่ยฟลุค ยังเสริมอีกว่า “อย่างที่รู้ว่าเอกลักษณ์ย้ายเข้ามาอยู่กับเรานานถึง 5 ปี และกว่าที่เขาจะตัดสินใจย้ายมาอยู่กับทีมเราผมก็ใช้เวลาในการติดต่อเขาถึง 2 ปี และเขาเองก็เป็นเหมือนหนึ่งในครอบครัวของราชันมังกรเราที่ผ่านอะไรต่างๆมามากมายด้วยกัน แต่ด้วยตอนนี้เขามีโอกาสดีๆที่จะได้ทำตามที่ฝันเอาไว้ สำหรับทางสโมสร ราชบุรี มิตรผล ก็ต้องขอขอบคุณกับทุกสิ่งที่เขาตอบแทนสโมสรด้วยดีเสมอมา และอวยพรให้กับ “เอกลักษณ์ ทองกริต” นั้นโชคดี และประสบความสำเร็จกับการเดินทางครั้งใหม่

เว็บกีฬาออนไลน์ สิ้นลายแชมป์ 5 สมัย! บุรีรัมย์เสีย 7 สถิติหลังพ่ายเมืองทองร่วงลีกคัพ

เว็บกีฬาออนไลน์

บุรีรัมย์ ช้ำหนักเมื่อเสียถึง 7 สถิติหลังเปิดบ้านพ่าย เมืองทองฯ หยุดที่รอบ 8 ทีมโตโยต้า ลีกคัพ

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสียถึง 7 เว็บกีฬาออนไลน์ สถิติเมื่อล่าสุดเปิดบ้านพ่าย เอสซีจี เมืองทองฯ 0-2 ตกรอบ 8 ทีมโตโยต้า ลีกคัพ วันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เริ่มจากตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังก่อนหน้านี้นับตั้งแต่ปี 2010 พวกเขาผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศทุกครั้งและยังเป็นแชมป์ถึง 5 สมัย อีกทั้งยังเป็นการพ่ายแพ้ต่อ เอสซีจี เมืองทองฯ ในถ้วยนี้ครั้งแรกด้วย เพราะก่อนหน้านี้ 2 นัดที่เจอกัน ปราสาทสายฟ้า เป็นฝ่ายเขี่ย กิเลนผยอง ตกรอบ 8 ทีมุสดท้าย เมื่อปี 2014 เริ่มจาก เปิดบ้านเสมอ 0-0 ต่อด้วยบุกชนะ 0-1

ขณะเดียวกัน การพ่ายแพ้ในเกมนี้ยังทำให้ ปราสาทสายฟ้า ถูก หยุดสถิติไม่แพ้ใครในบ้านไว้ที่ 9 นัด , ถูกหยุดสถิติไม่แพ้ใครไว้ที่ 21 เกมจากทุกรายการ , ถูกหยุดสถิติชนะรวดไว้ที่ 10 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ , ยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เป็นนัดแรกในรอบ 29 เกม นับตั้งแต่บุกเสมอ การท่าเรือ เอฟซี 0-0 ในโตโยต้า ไทยลีก เมื่อวันที่ 11 มีนาคา 2017 และสุดท้ายยังเป็นการปราชัยนัดแรกของ โบซิดาร์ บันโดวิช ในการกลับมาคุมทัพครั้งที่ 2 โดยก่อนหน้านี้ 17 นัดในความดูแลของเขารอบนี้ ปราสาทสายฟ้าไม่แพ้ใครเลย

7 สถิติที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสียไปหลังพ่ายเอสซีจี เมืองทอง ในโตโยต้า ลีกคัพ 2017

– ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายในรายการนี้เป็นครั้งแรก
– แพ้ เมืองทอง ในโตโยต้า ลีกคัพ ครั้งแรก
– ถูกหยุดสถิติไม่แพ้ใครในบ้านทุกรายการไว้ที่ 9 นัด
– ถูกหยุดสถิติไม่แพ้ใครทุกรายการไว้ที่ 21 นัด
– ถูกหยุดสถิติชนะรวดทุกรายการไว้ที่ 10 นัด
– ยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 29 นัด
– โบซิดาร์บันโดวิช คุมทีมแพ้นัดแรก ตั้งแต่กลับมาทำหน้าที่ครั้งที่ 2 หลังจากไม่แพ้มาต่อ
เนื่อง 17 นัดก่อนหน้า